“กิตติ” ไม่อยากมีเหมือนใคร เลือกไปทำสวนแค่นี้ก็มีความสุข

สำหรับนักข่ าวที่โล่ดแล่นในวงการมานาน อย่างคุณ”กิตติ สิงหาปัด” โดยเจ้าตัวนั้นทำมา

มากกว่ายี่สิบปีได้แล้ว ซึ่งกว่าจะมีทุกวันนี้ได้ไม่ง่ายเลย เดิมทีเขาเป็นคนจ.ขอนแก่น

เริ่มมีโอกาสได้ทำในวงการด้วยการสมัครรายการเกี่ยวกับเกษตร จากประก าศของ

นสพ.ฉบับหนึ่ง หลังจากนั้นมีผู้ให ญ่เห็นแวว และได้ทำบนหน้าจอทีวีตั้งแต่นั้นมา ซึ่ง

ก่อนหน้านี้เขาต้องอ่านข่า วแทบทุกวัน ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาได้กลับบ้านที่ต่างจังหวัด

จะได้ไปเยี่ยมครอบครัวแค่ปีละไม่กี่ครั้งเท่านั้นเอง หรือไม่ก็บางทีแทบจะไม่ได้กลับบ้าน

เลยด้วยซ้ำ ล่าสุดเจ้าตัวเล่าว่าได้ทำการเตรียมพื้นที่จำนวนหลายไร่เพื่อจะทำเกษตรแบบ

จะได้ไปเยี่ยมครอบครัวแค่ปีละไม่กี่ครั้งเท่านั้นเอง หรือไม่ก็บางทีแทบจะไม่ได้กลับบ้าน

เลยด้วยซ้ำ ล่าสุดเจ้าตัวเล่าว่าได้ทำการเตรียมพื้นที่จำนวนหลายไร่เพื่อจะทำเกษตรแบบ

เรียบร้อย ก่อนที่จะกลับมาอยู่ถาวรนั่นเอง เจ้าตัวเป็นคนดังที่ค่อนข้างมีวิถีแบบติดดินสุดๆ

ก่อนหน้านี้เขาถูกจัดลำดับว่าเป็นนักข่าวที่อยู่เบอร์ต้นๆของวงการ แต่เจ้าตัวยังถือว่าห่าง

ชั้นกับคุณ”สรยุทธ”มาก เนื่องจากจำนวนทุนที่เขามีนั่นต่างจากคุณสรยุทธถึงเกือบสี่สิบเท่า

แต่หากเทียบกับคนอื่น บอกเลยว่าไม่เป็นรองใครจริงๆ ส่วนไร่นาที่ขอนแก่นคุณกิตติแพรนไว้

ว่าต้องใช้ระยะเวลาประมาณห้าปี ให้ต้นไม้โตขึ้นและร่มรื่น จะได้อยู่อย่างสบาย รวมถึงเลี้ยงไก่และ

ทำบ่อน้ำไว้ เพื่อจะได้ช่วยกันตลิ่งอีกด้วย นาข้าวที่ทำไว้ตอนนี้เริ่มเขียวขจีมาก เจ้าตัวมัก

โพสต์ภาพของตัวเองขณะกำลังทำสวนให้แฟนๆได้เห็นกัน บอกเลยว่าเป็นความเรียบง่ายที่มีความสุขจริงๆ

เธอเป็นแม่ค้าขายลูกชิ้น ได้ออกมาร้องทุกข์กับทนายดัง หลังสามีของตนนั้นถูกรางวัลที่ 1 ได้เงิน 12 ล้าน แต่ไม่ถึง 10 วันต่อมาได้ทราบว่าเขาหนีไปแล้ว มีไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นโดยที่เธอไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทางผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางสำนักงานทนายคู่ใจ ถนนแจ้งวัฒนะ จังหวัดนนทบุรี ในวันนี้ คุณชญาภา อายุ 50 ปี เป็นแม่ค้าขายลูกชิ้นทอด ได้เดินทางเข้าพบกับทนาย เพื่อขอคำปรึกษาหลังจากที่สามีตนถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 12 ล้านบาท งวดประจำวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าสามีตนได้ไปแต่งงานใหม่กับผู้หญิงคนอื่น ในวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา และไม่ได้กลับมาดูแลให้เงินหลังจากถูกรางวัลที่ 1 เลย ฉันต้องการที่จะเรียกร้องสิทธิค่าดูแล ค่าเลี้ยงดูจากอดีตสามี

จากการที่ได้สอบถาม คุณชญาภา ได้เผยว่า เติมและสามี นายวิเชียร อายุ 43 ปี ทำอาชีพส่งน้ำแข็ง อยู่กินกันมา 1 ปีกว่า โดยเช่าห้องอยู่ที่สมุทรปราการ ทุกๆ 3 วันสามีจะให้เงิน 1000 บาทเป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน

แต่ต่อมาเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2562 สามีได้แยกไปเช่าห้องพักต่างหากแต่อยู่ภายในซอยเดียวกัน เนื่องจากตนมีแม่ที่ป่วยโรคอัลไซเมอร์มาอาศัยอยู่ด้วย ทั้งตนกับสามีก็ยังไปมาหาสู่และมีความสัมพันธ์กันเหมือนเดิม จากนั้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2562 สามีได้ไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล หมายเลข 369765 จำนวน 2 ใบ และปรากฏว่าถูกรางวัลที่ 1 มูลค่า 12 ล้านบาท

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​หลังจากทราบข่าวดีถูกรางวัลที่ 1 ช่วงเย็นวันนั้น สามีได้เดินมาหาที่ห้องเช่าและบอกว่าถูกเลข ตนยังขอดูสลากกินแบ่ง สามีบอกตนว่าถ้าได้เงินแล้วจะเอามาแบ่งให้ และหลังจากนั้นตนก็ไม่สามารถติดต่อสามีได้อีก แต่เพื่อนของตนสามารถโทรศัพท์ไปหาสามีติดและได้พูดคุยกัน

ต่อมาวันที่ 21 กรกฎาคม 2562 สามีได้เอาเงินมาฝากเพื่อนไว้ เพื่อนำเอามาให้ตนเป็นเงินจำนวน 10,000 บาท ตนได้นำไปใช้หนี้นอกระบบที่สามีให้ไปกู้มา จำนวน 6,000 บาท คงเหลือเงินไว้ใช้ 4,000 บาท และในวันถัดมาเพื่อนก็บอกว่าสามีกลับมาขนของในห้องเช่าออกไปหมดแล้ว โดยที่ตนไม่ทราบเรื่องมาก่อน​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​

กระทั่งถึงในวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 สามีได้โพสต์ลงเฟซบุ๊กว่าแต่งงานแล้ว ตนจึงไปตรวจสอบว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ จนทราบว่าสามีไปแต่งงานกับผู้หญิงอื่นแล้วจริงๆ และจนถึงทุกวันนี้ตนก็ไม่สามารถติดต่อสามีได้ จึงได้มาปรึกษาทนายความว่าตนจะสามารถเรียกร้องสิทธิ์อะไรได้บ้างในฐานะที่เคยเป็นสามีภรรยากันและใช้จ่ายเงินอยู่ด้วยกัน

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ทางด้าน ทนายรณณรงค์ กล่าวว่า กรณีสามีถูกรางวัลที่ 1 ได้เงิน 12 ล้าน แต่สามีอยู่ๆ ก็เลิกราทิ้งไป ในทางกฎหมายต้องดูว่าทั้งคู่ได้จดทะเบียนสมรสกันหรือไม่ ถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันมีการอยู่กินแบบสามีภรรยาหรือไม่ เวลาได้ทรัพย์สินมาถือว่ามีสิทธิ์ร่วมกัน กรณีนี้จึงขอให้มีการเจรจากัน ต้องรอให้เขามาคุยกัน เรื่องฟ้องร้องเป็นมาตรการสุดท้าย และต้องดูว่าเงินที่ซื้อสลากฯ เป็นเงินที่ใช้ร่วมกันหรือไม่ ถ้าใช่ก็ต้องแบ่งกันคนละครึ่ง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *